Skip to content

หนังสือมือสองที่ไม่เป็นภัยสังคมนิยาย

สวัสดีครับทุกท่านในบทความตอนนี้ผมจะมาพูดถึงเรื่องราวหรือเนื้อหาที่ตรงกับหัวข้อบทความเลยครับซึ่งก็คือเรื่องของหนังสือมือสองที่ถือว่าเป็นภัยต่อสังคมในปัจจุบันนี้

หนังสือมือสองที่ไม่เป็นภัยสังคมนิยายหลายคนที่มีโอกาสได้เห็นหัวข้อบทความเรื่องนี้อาจจะยังคงงงและสงสัยว่าเจ้านิยายที่เราอ่านกันอยู่ทุกวี่ทุกวันนี้นั้นมันเป็นภัยต่อสังคมอย่างไรเพราถ้าหากนิยายเป็นภัยต่อสังคมจริงๆ แล้วไซร้เหตุใดมันจึงยังขายตามร้านขายหนังสือมือสองได้อยู่ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้เองผมจึงต้องขออนุญาตอธิบายให้ทุกท่านได้รับฟังครับว่านิยายที่ผมบอกว่าเป็นภัยของสังคมนั้นมันไม่ใช่นิยายที่วางขายตามท้องตลาดหรือตามร้านหนังสือมือสองใหญ่ฟหากแต่เป็นหนังสือมือสองทำมือที่ทำขายกันเองตามเว็บไซต์ต่างๆ หรือร้านขายหนังสือมือสองใต้ดินนั่นเองครับ

เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าหนังสือมือสองนิย่ายที่สามารถวางขายตามท้องตลาดได้นั้นต้องเป็นหนังสือมือสองนิยายที่มีเนื้อหาไม่ผิดศีลธรรมและจรรยาบรรณดังนั้นมันจึงไม่มีนิยายแนวอีโรติกแบบโจ๋งครึ่มวางขาย หากจะมีบ้างก็เพียงแค่เล็กๆ น้อยๆ ให้พอได้จตินตนาการกันต่อซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องไม่ถูกจริตกับนักอ่านนิยายบางจำพวกที่ชอบฉากพวกนี้แบบเร่าร้อนดังนั้นสจึงพยายามเสาะหากและตั้งกลุ่มนักอ่านและนักเขียนนิยายแนว 18+ ที่บรรยายรูปโฉมโนมพรรณของนักแสดงและกิริยาท่าทางไม่ต่างไปจากหนังสือมือสองโป๊หรือหนังสือมือสองปกขาวดีๆ นั่นเองและเมื่อมันแพร่กระจายอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตทำให้ใครหน้าไหนก็สามารถจับต้องหาอ่านได้ดังนั้นหากเด็กๆ ได้เข้าไปเสพมันก็อาจจะก่อให้เกิดภัยต่อสังคมได้ครับ

ร้ายเท่ารัก ปราณธร

รีวิวนิยายแจ่มใส ร้ายเท่ารัก ปราณธร

ร้ายเท่ารัก

นิยายแจ่มใสเรื่องร้ายเท่ารัก ผลงานจากปลายปากกาของปราณธร นักเขียนนิยายแจ่มใสที่มากฝีมือและมีสำนวนที่เป็นเอกลักษณ์ จะพาคุณไปพบกับเรื่องราวของหนุ่มโสดที่อยู่ๆ ได้พบกับลูกชายวัยใกล้เคียงกัน การปรับตัวระหว่างคุณพ่อยังหนุ่มกับลูกชายที่จากกันไปเป็นสิบปีจะอลวนขนาดไหน อีกทั้งสองพ่อลูกยังรักผู้หญิงคนเดียวกัน ซึ่งสุดท้ายรณพรนางเอกของเรื่องจะเลือกใคร ตามหาคำตอบได้ในนิยายแจ่มใสเรื่องร้ายเท่ารักด้วยตัวของคุณเอง

นิยายแจ่มใสเรื่องร้ายเท่ารักเริ่มต้นขึ้นเมื่อภีมพลหนุ่มโสดเนื้อหอมที่อยู่ๆ ก็มีลูกชายวัยรุ่นมาปรากฏตัว ซึ่งพ่อและลูกคู่นี้ใครจะไปเชื่อว่าจากกันมานานกว่าสิบปีแล้ว หากมองจากภายนอกหลายคนคงจะคิดว่าเมื่อสองพ่อลูกพบกันแล้วจะโผเข้ากอดกัน แต่ความจริงแล้วลูกชายของภีมพลซึ่งมีชื่อว่าอนาวิลสุดแสนจะหงุดหงิด เพราะความที่แม่ของอนาวิลนั้นลำบากมาก และอนาวิลเองก็เจ็บช้ำน้ำใจกับการทอดทิ้งไปของภีมพล เพราะฉะนั้นเมื่อได้เจอกับครอบครัวของภีมพล อีกทั้งยังได้ตรวจ DNA เพื่อยืนยันความเป็นพ่อแล้ว เด็กหนุ่มก็ยิ่งรับไม่ได้ แม้ว่าภีมพลจะดีใจเพียงใดที่ได้เจอกับลูกชาย แต่ทว่าความเฉยชาของเด็กหนุ่มก็ทำให้ภีมพลเครียดและกดดัน และเมื่อเขาได้เจอกับรณพรสาวข้างบ้านจอมป่วนก็ยิ่งทำให้ภีมพลปวดหัวเข้าไปอีก ความจริงแล้วภีมพลและหญิงสาวเคยมีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แต่เพราะเหตุการณ์และความเข้าใจผิด ประกอบกับรณพรที่ไม่รับฟังคำอธิบายอะไรเลย ทำให้ความสัมพันธ์แย่ลง ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ของรณพรก็ทำให้ภีมพลรู้จักหัวใจและความรู้สึกของตนเองอีกครั้ง ขณะเดียวกันเรื่องราวก็ยิ่งวุ่นวายหนักขึ้นไปอีกเมื่ออนาวิลเองก็รักรณพรเช่นกัน ซึ่งสุดท้ายแล้วความรักของทั้งพ่อและลูกจะเป็นอย่างไร รณพรจะเลือกใครระหว่างอนาวิลและภีมพล  มาร่วมลุ้นเอาใจช่วยคนทั้งสามได้ในนิยายแจ่มใสเรื่องร้ายเท่ารัก

นิยายแจ่มใสเรื่องร้ายเท่ารักโดดเด่นด้วยพล็อตและการวางโครงเรื่องที่ทันสมัย แต่ทว่ามีการสอดแทรกเรื่องรักสามเส้าของพ่อและลูก อีกทั้งยังผสมผสานข้อคิดในการดำเนินชีวิตและความผูกพันในครอบครัวไว้ได้อย่างน่าทึ่ง  มีการแสดงให้เห็นถึงปมปัญหาระหว่างพ่อและลูกชายที่จากกันไปนาน ซึ่งหากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่กำลังมองหานิยายแจ่มใสสไตล์โรแมนติกดรามา นิยายแจ่มใสเรื่องร้ายเท่ารัก เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งของการอ่านนิยายที่คุณไม่ควรพลาด

Ghost Writer

หากยังพอจำกันได้ ในบทความตอนที่แล้วที่เกี่ยวกับเรื่องเคล็ดลับในการเขียนนิยายให้โด่งดังนั้นผมเองได้พูดถึงคำๆ หนึ่งซึ่งก็คือคำว่า Ghost Writer ไปทำให้หลายคนสงสัยและอยากใคร่รู้ความหมายของมันว่า Ghost Writer นั้นมันคืออะไรและเหตุใดจึงต้องมี Ghost Writer ในงานเขียนนิยายนั้น Ghost Writer จำเป็นต้องมีหรือไม่เราไปฟังคำตอบพร้อมๆ กันครับ

คำว่า Ghost Writer หรือนักเขียนผี (บางท่านก็เรียกว่านักเขียนเงา) นั้นเป็นชื่อเรียกของนักเขียนที่เป็นร่างทรงให้กับนักเขียนคนอื่นโดยงานที่เขียนให้นั้นอาจจะเป็นนิยาย เรื่องสั้น หรือสารคดีอะไรก็ได้และใช้ชื่อนักเขียนคนอื่นส่วนตัวชื่อของตนเองที่เป็นคนเขียนที่แท้จริงนั้นกลับไม่ปรากฏในผลงานซึ่งไอ้ที่ว่ามาทั้งหมดนี่แหละครับที่เขาเรียกว่า Ghost Writer

ทีนี้มาถึงคำถามที่ว่านิยายจำเป็นต้องมี ghost writer ไหม ผมเองบอกเลยครับว่านิยายจะมี ghost writer หรือไม่มีก็ได้แต่โดยส่วนใหญ่เท่าที่พบคนเขียนนิยายเขาจะเขียนเองใช้ชื่อตัวเองเป็นหลักและไม่นิยมมาใช้ ghost writer สักเท่าไหร่เพราะมันคือฝีมือและความภาคภูมิใจของเขานั่นเองครับแต่ที่ผมบอกไปนั้นเฉพาะนักเขียนนิยายไทยเท่านั้นนะครับเพราะในต่างประเทศเชื่อไหมว่านักเขียนนิยายส่วนใหญ่ใช้บริการจาก ghost writer ทั้งนั้นแถมบางครั้งยังมีการจ้าง ghost writer มาจากประเทศในแถบเอเชียอย่างบ้านเราอีกด้วย

ฟังดูแล้วอาจจะเป็นเรื่องตลกที่คนไทยจะเป็น ghost writer  ให้กับชาวต่างชาติแต่ถ้าหากใครที่คลุกคลีอยู่ในวงการนักเขียนแล้วก็จะรู้ได้ทันทีเลยครับว่าเรื่องที่ว่ามานี้เป็นเรื่องจริง

ด้วยแรงอธิษฐาน

หากเราเดินไปร้านหนังสือเพื่อเลือกหานิยายของนักเขียนชื่อดังอย่างกิ่งฉัตรมาอ่านสักเล่มหนึ่งผมเองเชื่อว่านิยายเรื่อง “ด้วยแรงอธิษฐาน” นั้นน่าจะเป็นนิยายเรื่องแรกๆ ที่น่าจะมีผู้ที่สนใจมากที่สุดเพราะเนื่องจากว่ามันคือนิยายที่มีการใช้ภาษาได้อย่างสละสลวยแถมยังเป็นนิยายรักแนวแฟนตาซีที่ไม่ค่อยได้พบกันบ่อยในพล็อตของนิยายทั่วไปอีกด้วยครับ

เรื่องราวของเรื่องด้วยแรงอธิษฐานนั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีตชาติเมื่อวรดาหญิงสาวผู้ที่มีความสวยงามและความอ่อนโยนในตัวเองได้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุในหลุมหลบภัยเก่าในช่วงสงครามโลกทำให้ศพของเธอตองอยู่ในหลุมที่แคบๆ เช่นนั้นและก่อนที่วรดาจะเสียชีวิตลงเธอนั้นโทษว่าเป็นเพรากฤตย์คนรักของเธอที่ทำให้เธอต้องมาอยู่ในสภาพเช่นนี้ดังนั้นก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายขอเธอจะหมดลงเธอจึงได้ทำการตั้งจิตอธิษฐานว่าหากได้เกิดชาติหน้าฉันใดขอให้เธอได้กลับมาแก้แค้นและทวงคืนความยุติธรรมให้กับชีวิตของตนซึ่งเพราะแรงอธิษฐานอันแรงกล้าของเธอนี้เองจึงได้ส่งผลให้เธอกลับมาเกิดบนโลกนี้อีกครั้งในร่างของนัทธมณหญิงสาวผู้ที่มีพลังพิเศษเกินกว่ามนุษย์ปถุชนธรรมาดทั่วไปซึ่งกฤตย์เองนั้นก็ได้กลับมาชาติมาเกิดตามวรดาด้วยเช่นกันดังนั้นการแก้แค้นของวรดาในชาตินี้จึงได้เริ่มต้นขึ้นซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ทำให้นัทธมณหรือวรดาในอดีตชาตินั้นได้เริ่มรู้ความจริงว่าบางทีการตายของเธอในชาติที่แล้วนั้นอาจจะไม่เกี่ยวข้องกับ กฤตย์ก็เป็นได้

อั้ยย่ะ อั้งยี่

เมื่อพูดถึงนิยายเรื่องเลือดมังกรทีไรแล้วล่ะก็ผมเองมักจะอดคิดถึงเรื่องราวของนิยายที่มีชื่อว่าอั้งยี่เสียไมได้เพราะเนื่องจากว่าอั้งยี่นั้นเป็นนิยายของคนไทยเชื้อสายจีนที่มีอิทธิพลอยู่จริงในช่วงหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทยที่เป็นแรงบันดาลใจให้ก่อกำเนิดนิยายและละครหรือภาพยนตร์ทีเกี่ยวข้องกับอั้งยี่อย่างมากมาย

สำหรับตำนานการกำเนิดอั้งยี่นั้นแท้จริงแล้วมันก็คือแก๊งคนจีนที่เข้ามามีอิทธิพลในบ้านเราในแถบเยาวราชนั่นเองซึ่งต่างก็เป็นที่รู้ดีอยู่ว่าคนจีนเยาวราชนั้นมีฐานะมั่งคั่งเพียงใดอีกทั้งยังมีธุรกิจมากมายดังนั้นมันจึงมีขาใหญ่เกิดขึ้นมาเพื่อเก็บค่าคุ่มครองซึ่งก็คือพวกอั้งยี่นั่นเองครับ

ว่ากันว่าพวกแก๊งอั้งยี่นั้นเป็นพวกผู้ที่มีอิทธิพลสูงจากแผ่นดินใหญ่เข้ามาตั้งรกรากเพื่อเห็บค่าคุ้มครองในแถบนี้โดยที่ไม่มีลูกน้องคนใดได้เห็นใบหน้าของนายใหญ่มาก่อนเพราะถือกันว่านายใหญ่นั้นจะต้องเป็นคนลึกลับ ไม่ให้ใครเห็นหน้าและไม่สามารถตามตัวได้

ปัจจุบันได้มีคนศึกษาเรื่องของอั้งยี่อย่างจริงจังและได้รู้ว่าบางทีเรื่องของหัวหน้าอั้งยี่ที่เล่าลือกันว่าเป็นนายใหญ่อละไม่มีใครเห็นหน้านั้นบางครั้งอาจจะเป็นเพียงแค่ตัวแทนร่างทรงหรือ nominee ที่ไม่ได้มีตัวตนอยู่จริงแต่มีการอุปโลกขึ้นมาในแก๊งของอั้งยี่เพื่อดึงดูดความสนใจของผู้คนไม่ให้เพ่งเล็งไปยังตัวบุคคลแบบเฉพาะเจาะจงมากจนเกินไปหรือถ้าจะพูดให้ง่าย ให้ชัดเจนก็คือทุกคนในแก๊งอั้งยี่มีสิทิ์เป็นนายใหญ่ได้ทุกคนครับ